รวมศัพท์ Marketing ที่นักการตลาดมือใหม่จำเป็นต้องรู้

บทความนี้เราได้รวมศัพท์ Marketing ในสายงานการตลาด ที่คนทำ Digital Marketing ควรทราบ เพื่อการสื่อสารงานที่เข้าใจมากยิ่งขึ้น

ศัพท์ Marketing ที่ควรทราบ

1. Consumer

ลูกค้าในระดับผู้ใช้สินค้าหรือบริการ เรียกได้ว่าเป็น end-user ที่เป็นผู้บริโภคที่แท้จริง ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นผู้ซื้อสินค้าเองก็ได้

2. Customer

ผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการที่อาจเป็นทั้ง Consumer และ Customer ไปพร้อมกัน หรืออาจนำสินค้าไปให้คนอื่นใช้ก็ได้

3. Touchpoint

จุดปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าผ่านการสื่อสารที่อาจจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ และมีโอกาสที่เกิดการตัดสินใจซื้อ

4. Engagement

การมีส่วนร่วมของลูกค้าที่มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ หากพูดถึงบน social อาจหมายถึงการที่ผู้ใช้เข้ามา like, comment, share หรือเลื่อนดูภาพ รวมไปถึงการมีส่วนร่วมอื่นๆ อย่างการสอบถาม การเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

5. Testimonial

ข้อมูลบางอย่างที่กล่าวถึงสินค้าหรือบริการ อาจเป็นการพูดหรือเขียนที่มาจากลูกค้าที่ใช้งานจริง โดยนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์

6. Campaign

แคมเปญคือกิจกรรมทางการตลาดที่ออกแบบมาเพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่าง เช่น การเพิ่มยอดขายสำหรับผลิตภัณฑ์ หรือการเผยแพร่การรับรู้ถึงคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ใหม่

7. Awareness

การรับรู้ หากพูดถึงการสร้าง Awareness คือการทำให้แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์เข้าถึงการรับรู้จากคนทั่วไป

8. Impression

จำนวนครั้งของการถูกมองเห็น สามารถถูกนับซ้ำจากผู้มองเห็นหนึ่งคนได้หลายครั้ง

9. CTR

Clickthrough rate หมายถึงอัตราการคลิกเมื่อเทียบกับจำนวนการมองเห็น เช่น แคมเปญถูกมองเห็น 100 ครั้ง มีคนคลิกเข้ามา 5 ครั้ง เท่ากับว่ามี CTR อยู่ 5%

10. CPC

Cost per Click ต้นทุนในการที่ทำให้ลูกค้าคลิกหนึ่งครั้ง มักจะเห็นคำนี้ได้บ่อยในกรณีการทำโฆษณาผ่าน social network

11. CPM

Cost per 1000 impressions ต้นทุนในการนำสิ่งที่ต้องการไปแสดงผล 1,000 ครั้ง

12. SEO

Search Engine Optimization การทำให้เว็บไซต์มีความเหมาะสมสำหรับให้ Search Engine อย่าง Google มองว่าเว็บไซต์เรามีคุณภาพ และนำไปจัดอันดับ

13. SEM

Search Engine Marketing กาทำ Marketing เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ผ่าน Search Engine อย่างเช่น Google บางครั้ง SEM อาจถูกพูดถึงในความหมายว่าเป็นการซื้อโฆษณาบน Google (Google Ads) ด้วยเช่นกัน

14. PPC

Pay Per Click เป็นการทำโฆษณาที่ผู้ลงโฆษณาจะต้องจ่ายค่าโฆษณาเมื่อมีคนคลิกเท่านั้น เช่น Google Ads หรือ Facebook Ads ที่มี target เป็นการคลิก

15. KPI

Key Performance Indicator เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการปฏิบัติงาน อาจเป็นตัวเลขรายได้, จำนวนผู้สมัครเข้าร่วม, หรืออื่นๆ ตามการตกลงกัน

16. ROI

Return on Investment คืออัตราส่วนของกำไรสุทธิกับค่าใช้จ่าย มักใช้ในการวัดผลแคมเปญการตลาดว่ามีความคุ้มค่าเท่าไร

17. A/B tests

การทดสอบบางอย่างโดยการนำสิ่งที่ต่างกันตั้งแต่ 2 รูปแบบขึ้นไป แล้ววัดผลโดยการเปรียบเทียบกันว่าสิ่งไหนได้ผลอย่างไร แล้วค่อยนำรูปแบบที่ดีที่สุดไปใช้จริง

18. Conversion rate

อัตราส่วนระหว่างการคลิกชมเทียบกับการสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ตัวอย่างเช่น ลูกค้าคลิกเข้ามาชมสินค้า 100 ครั้ง มีการซื้อ 10 ครั้ง จึงออกมาเป็น Conversion rate 10% ซึ่งในบางครั้ง เป้าหมาย (goal) ของแต่ละแคมเปญอาจไม่ใช่การซื้อเสมอไป Conversion อาจเป็นอะไรก็ได้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของงาน

19. Customer Journey

ความหมายโดยตรงคือเส้นทางของผู้บริโภคตั้งแต่ก่อนจะเป็นลูกค้า ซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ไปจนถึงการซื้อสินค้าหรือใช้บริการนั้นซ้ำ มักจะประกอบด้วย การรับรู้ (Awareness), การพิจารณา (Consideration), การซื้อสินค้าหรือบริการ (Purchase), การใช้งานสินค้าหรือบริการ (Usage) และ การกลับมาซื้อซ้ำ (Loyalty)

20. Marketing Funnel

Funnel มีความหมายตรงตัวว่ากรวยน้ำ ซึ่ง Marketing Funnel จะหมายถึงการนำ Customer Journey มาวางกราฟในรูปแบบกรวยเพื่ออธิบาย Journey ของลูกค้า

21. Keyword research

การวางแผนเพื่อเลือกใช้คำหรือวลี keyword ที่สำคัญและมีผลต่อเป้าหมายของแบรนด์ สำหรับนำไปทำ SEO เนื่องจากการทำ SEO ในแต่ละ keyword มีต้นทุนที่ต้องใช้ จึงต้องพิจารณาความสำคัญของ keyword ที่เราต้องการก่อนลงมือทำ

22. CMS

Content Management System ระบบที่ใช้ในการจัดการคอนเทนต์ มักได้ยินคำนี้ในรูปแบบโปรแกรมที่ใช้ทำเว็บไซต์ เช่น WordPress, WIX

23. CRM

Customer Relationship Management คือระบบจัดการความสัมพันธ์ของลูกค้าที่พูดถึงในภาพกว้าง อาจหมายถึงซอฟต์แวร์ หรือระบบที่แบรนด์ทำไว้สำหรับในการเก็บข้อมูลไปจนถึงการดูแลและการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า

24. CTA

Call to Action คือจุดที่เกิด action บางอย่างที่สำคัญจากลูกค้า โดยบริบทแล้วมักใช้พูดถึงปุ่มบนเว็บไซต์ที่มีความโดดเด่นให้ลูกค้ากดเข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการ เช่น ปุ่มสั่งซื้อ

25. Persona

การกำหนดข้อมูลลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะรวบรวมแล้วมานำเสนออย่างง่าย (Canvas) เพื่อให้ทีมเห็นภาพของลูกค้ามากขึ้น โดยมีข้อมูลทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เช่น อายุ พฤติกรรม อาชีพ งานอดิเรก การใช้ชีวิตประจำวัน อาจจะกำหนดขึ้นมาจากข้อมูล หรือการตั้งสมมุติฐานก่อนก็ได้