น้ำยาปรับผ้านุ่ม ไม่ควรใช้ซักทำความสะอาดกับเสื้อผ้าแบบไหนบ้าง

น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นท่าไม้ตายของการซักผ้าสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านมือใหม่ ที่ต้องการให้ผ้านุ่ม มีกลิ่นหอมติดยาวนาน แต่ไม่ได้เหมาะกับผ้าทุกชนิด

ข้อดีของการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม

ข้อดีของผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นมีมากมาย ตั้งแต่ช่วยเพิ่มความหอม ป้องกันเนื้อผ้าเสียหายจากแสงแดด ลดการสะสมของแบคทีเรีย และยังช่วยถนอมเนื้อผ้าให้ใหม่อีกด้วย

แต่การทำงานของน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้น ส่งผลเสียกับเสื้อผ้าแพงๆ หลายชนิดเช่นกัน

 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม ส่งผลเสียต่อเนื้อผ้าอย่างไร?

การทำงานของน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้น มีกระบวนการตามชื่อเรียกของมันเลยครับ สารเคมีต่างๆ ในน้ำยาจะเข้าไปในอนูของเส้นใยผ้า พยายามทำปฏิกริยาจนทำให้ใยเนื้อผ้าพองฟูขึ้นมา

หากเรานำไปใช้ซักพวกเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าฝ้ายเราจะสังเกตได้ชัดเจนเลยว่าผ้ามีความฟูนุ่มขึ้นจริงๆ

แต่สำหรับผ้าที่ทำมาจากใยสังเคราะห์ มักจะมีการปรับเส้นใยผ้าให้มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น เพิ่มการดูดซับน้ำ, เกิดความเย็นเมื่อโดนน้ำ, ป้องกันการยับ, ป้องกันน้ำ เป็นต้น

 

ผ้าใยสังเคราะห์เหล่านี้ มักจะใช้ในการผลิตเสื้อกีฬา, ถุงเท้ากีฬาแแพงๆ, เสื้อเชิ้ตคุณภาพดี, ผ้าขนหนูดูดซับน้ำ และอีกมากมายที่มีราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้าย

ซึ่งสารเคมีที่ทำให้ผ้าฝ้ายของเรานุ่มฟูนั้น มันกลับไปทำลายคุณสมบัติต่างๆ ของเนื้อผ้าใยสังเคราะห์ ทำให้คุณสมบัติเหล่านั้นเสื่อมลงไปในเวลาอันรวดเร็ว

ซึ่งน่าเสียดาย หากเรามีเส้อกีฬาคุณภาพดีที่ดูดซับเหงื่อได้อย่างเทพ กลับต้องเสียไปกับการซักผ้าด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่ม

 

สรุปอีกครั้ง ประเภทเสื้อผ้าที่ไม่ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม

  • เสื้อผ้าที่ในฉลากระบุว่าเป็นใยสังเคราะห์ ซักด้วยน้ำสบู่หรือผงซักฟอกก็เพียงพอแล้ว
  • เสื้อผ้ากีฬาต่างๆ ให้เลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มทั้งหมด
  • ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนู หรือผ้าที่มีคุณสมบัติซับน้ำ
  • เสื้อเชิ้ตราคาแพงๆ ที่มีคุณสมบัติต่างๆ เช่น ไม่ต้องรีด, เคลือบกันน้ำ เป็นต้น
  • หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามผู้จัดจำหน่ายก่อนซื้อได้